website สำคัญอย่างไรใน ecosystem ของ e-commerce

การซื้อ-ขาย ของออนไลน์ ปัจจุบัน เท่าที่นึกได้มีอยู่  3 แบบ

แบบแรกคือซื้อขายผ่าน e-commerce platform เจ้าใหญ่ๆ ในไทย (แต่เจ้าของเป็นจีน) ก็เช่น Lazada, Shopee และ JD central (อันนี้เซ็นทรัลร่วมทุน) platform เหล่านี้พื้นฐานไม่ต่างกันมากมีแค่ JD ที่อาจเน้นเรื่องแบรนด์บ้าง จุดเริ่มต้นที่ลงทะเบียนผู้ค้าจะยังไม่เสียค่าธรรมเนียมอะไร เพราะบริษัทแม่ของ platform จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายก่อน (ค่าลงทะเบียน, สต็อก, ขนส่ง) เพื่อเก็บข้อมูลของทั้งฝั่งผู้ซื้อผู้ขายก่อนเป็นเหตุผลว่าทำไม platform เหล่านี้ถึงขาดทุนเยอะมาก (แต่ตอนนี้เริ่มขาดทุนลดลงและเริ่มมีค่าใช้จ่ายในฝั่งผู้ขายบ้างนิดหน่อย)

ในขณะเดียวกันก็จะมี platform สำหรับสินค้า / บริการเฉพาะทาง เช่น โรงแรม-ที่พัก ร้านอาหาร เป็นต้น

แบบที่สองคือ social commerce คือการซื้อขายผ่าน social media อย่างที่กำลังบูมในไทยก็คือ Facebook market place ที่สามารถผูกบัญชีเพื่อรับเงินได้ การ livestream ขายของแบบอาบังฮาซัน และขุมทรัพย์ที่ผู้ค้าออนไลน์นิยมมากก็คือพวก group ต่างๆ เพราะถือเป็นการ segmentation ได้อย่างตรงตัว

ประเภทสุดท้ายก็คือผ่าน website ของผู้ค้าเจ้านั้นๆ เอง ซึ่งปัจจุบันถือว่าสร้างได้ง่ายขึ้นมากเพราะมีการขายระบบสำเร็จรูปสำหรับการทำธุรกรรม เช่น woo-commerce ที่สามารถนำ code ในลักษณะการเป็น plug-in ไปแปะไว้ในเวบได้

สิ่งที่อยากจะเชียร์ก็คือการซื้อขายในแบบแรกและแบบที่สองนั้น เจ้าของข้อมูลคือ platform ในขณะที่แบบที่สามเจ้าของข้อมูลคือเราเองในฐานะเจ้าของ website...อาจไม่จำเป็นว่าถึงขั้นจะต้องใส่ระบบการซื้อขายไว้ใน web ส่วนตัว แต่อย่างน้อยให้มี traffic ไหลผ่านเข้ามาใน web แล้วใส่ลิ้งค์ของ platform ที่เราใช้บริการในการซื้อขายไว้ เปรียบเสมือนเป็น showroom ให้คนได้เดินผ่านเข้ามาก่อน เราจะได้รู้ว่าลูกค้าของเราจริงๆ แล้วเป็นใครกันแน่ดีกว่าไปปล่อยให้บุคคลที่สามเป็นคนเก็บข้อมูลของเราไว้เท่านั้นโดยที่เรามีสิทธิเข้าถึงเพื่อนำไปสู่การเข้าใจข้อมูลนั้นอย่างจำกัด

#สมครบคิด