เมื่อเฮียมูรินโญ่เจอปัญหา generation gap HR (3)

เมื่อเฮียมูรินโญ่เจอปัญหา generation gap HR (3)

...ภาพกว้าง ManUTD ในฐานะองค์กรขนาดใหญ่...

ผมเคยมีลูกค้าเป็นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องยอดขาย วิธีพื้นฐานที่กรรมการบริหารใช้แก้ก็คือ การไปดึง CEO ที่มีพื้นฐานด้านการสร้างยอดขายมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ในฐานะครีเอทีฟ บอกเลยว่าทำงานกับคนแบบนี้ไม่สนุกหรอก กลยุทธโดยส่วนใหญ่ที่ได้รับการพรูฟก็คือการบอก function อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดการขายมากที่สุด เรื่องความสร้างสรรค์เชิง emotional เป็นเรื่องรอง เราเน้นขายอรรถประโยชน์ให้กับคนที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายให้ดีที่สุดก่อน...ก็ได้ผลนะราคาหุ้นจากเดิมหลักหน่วย ภายในเวลาแค่ 5 ปี บริษัทนี้ราคาหุ้นก็พุ่งไปหลักสิบ มี backlog ในมือมากมาย แล้ว CEO ท่านนี้ก็จากไป กรรมการก็เลือกคนรุ่นใหม่ที่เก่งเรื่องการสร้างแบรนด์และการต่อยอดนวัตกรรมขึ้นมาแทน

นับจากวันที่ป๋าวางมือไป ใครๆ ก็รู้ว่ายูไนเต็ดประสบปัญหาด้านยอดขาย (แชมป์) มาตลอด แต่ว่ามูลค่าหุ้น และการตีมูลค่าแบรนด์ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นเรื่องเบสิคที่กรรมการบริหารต้องไปดึง CEO ที่เก่งด้านการขายเข้ามาแก้ปัญหา ด้วยผลงานเพิ่มยอดให้กับทุกทีมทุกลีค...มูรินโย่

ผมรู้จักเฮียมูครั้งแรกตอนที่คุมปอร์โต้ได้แชมป์ UCL ซึ่งตอนที่เขาพาทีมมาแข่งที่ OTF แล้วยันเสมอเข้ารอบไปได้ เฮียแกวิ่งสไลด์เข่าไปดีใจกับแฟนบอล...ทำให้ภาพตอนป๋าได้แชมป์ลีคครั้งแรกแล้ววิ่งกอดคอเฮกับไบรอัน คิด เด้งเข้ามาในหัวเลย เราก็คิดว่าเฮียมูคนนี้ เป็นคนที่มีบุคลิกพิเศษดีแหะ แล้วเมื่อเขาย้ายมาคุมเชลซีครั้งแรก ก็เป็นเรื่องพิเศษจริงๆ

...ภาพแคบ นักเตะในฐานะพนักงานบริษัท...

จอห์น เทอรี่ เคยให้สัมภาษณ์ว่าก่อนแข่งทุกครั้ง เฮียมูจะมีช็อตโน๊ตให้กับเขาว่ามีวิธีการรับมือนักเตะฝั่งตรงข้ามคนนั้นยังไง การจับทางการดักทางทำให้เทอรี่ที่เป็นกองหลังเล่นได้ง่ายมาก และเขาก็กลายเป็น 1 ในกองหลังที่ดีที่สุดในยุคนั้นจากการปั้นของเฮีย นักเตะที่เคยผ่านเฮียมูหลายคนสัมภาษณ์คล้ายๆ กัน คือความเป็นจอมแทคติคที่ลงรายละเอียดในการรับมือฝั่งตรงข้าม กลยุทธออกแนวสร้างไฟท์ติ้งแบรนด์เขามาตัดยอดขายคู่แข่ง แต่ไม่เคยมีนักเตะคนไหนออกมาบอกว่าสไตล์การเล่นของเฮียมู ดูดีมีสง่า...ก็แน่นอนเขาเป็น CEO เน้นขาย

เมื่อเฮียมูย้ายมาคุมเชลซีรอบ 2 แล้วเจอเหตุการณ์นักเตะเล่นไล่โค้ช เป็นจังหวะเดียวกับที่จารย์หลุยส์ฟานกัลเริ่มเป๋ โดยส่วนตัวผมเชียร์เฮียมูนะ เพราะผมเชื่อว่า CEO ที่เก่งการขาย และมีบุคลิกพิเศษแบบเฮียจะเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ได้ (แล้วก็ทำได้จริง) และการที่เขาเจอแบบนั้นที่เชลซี เฮียน่าจะเป็นคนที่ดีขึ้น เพราะเขารู้แล้วว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร...สำหรับผมสิ่งนั้นคือการจัดการของหัวหน้าต่อลูกน้องที่มี mindset ต่างกัน

mindset ที่ต่างระหว่างนักเตะยุคต้น-กลาง gen y กับนักเตะสมัยนี้ หาคำนิยามเป๊ะๆ ตรงตัวมาอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าก็เหมือนกับเวลาผู้ใหญ่ในองค์กรในหลายวงการบ่นคล้ายๆ กันว่า เด็กสมัยนี้ไม่อึดเหมือนสมัยก่อน...นิดหน่อยก็ลาออก (แทนที่จะก้มหน้าก้มตาทำผลงานให้ดีขึ้น) ไม่ก็ไปบ่นในเฟส (แทนที่จะไปบอกกับเจ้านายหรือคนที่ตัวเองคิดว่ามีปัญหาโดยตรง)

ผมคิดว่าปัญหาของเฮียมูคือเรื่อง man management ไม่ใช่แทคติก ยกตัวอย่างเป๊ป หรือคล็อป ผมว่าทั้งคู่เฮี๊ยบพอๆ กับเฮียมูแหละ แต่คนสไตล์ชัดแบบนี้ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ชอบ อารมณ์แบบอยู่ด้วยแล้วสนุก ในขณะเดียวกันก็เหมือนผู้ใหญ่มันส์ๆ ที่พร้อมรับฟังปัญหาให้กับน้องๆ ได้ ในขณะที่คนแบบเฮียมูคนในวัยแบบผม (กลาง gen y) จะรู้สึกรับได้มากกว่า เพราะมี gap ความห่างระหว่างกัน และพร้อมพูดกระตุ้นให้ทำผลงานที่ดีขึ้นผ่านคนอื่นแบบไม่กลัวอาย...เอาง่ายๆ นักเตะที่แม้จะอายุน้อยแต่ถ้ามี mindset แบบลุค ชอว์ ทุกคน สไตล์ man management ของเฮียก็คงยังจะได้ผลอยู่ เพียงแต่ปัญหาก็ย้อนกลับไปที่จุดเดิมที่เคยเกิดที่เชลซี เมื่อนักเตะส่วนใหญ่คือเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มี mindset แบบชอว์ทุกคน การทำให้เขารู้สึกสนุกไปกับงานที่ทำย่อมเป็นวิธีการที่เหมาะสมกว่าในการสร้าง man management ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

#เฮียมู #ManManagement