หลักคิดการทำ online ที่ต่างกันระหว่าง search engine กับ social media (2)

หลักคิดการทำ online ที่ต่างกันระหว่าง search engine กับ social media (2)

จากตอนที่แล้วผมชี้ให้เห็นหลักการที่สำคัญ 3 ข้อของ platform อย่าง google / FB คือจำนวนคนใช้และระยะเวลาที่อยู่หน้าเวบ - การเก็บข้อมูลเวบ - การเก็บข้อมูลผู้ใช้ คราวนี้เราจะมาต่อกันว่าวิธีคิดใดที่จะนำไปสู่การสร้าง content ที่เราในฐานะเจ้าของธุรกิจสามารถหาประโยชน์ได้มากที่สุด นั่นก็คือการทำตัวเองให้เป็นที่รักของทั้ง 2 platform นั่นเอง

1. สร้าง content ได้ตรงกับรสนิยมของ Facebook ที่พยายามจะเอาชนะคู่แข่งอย่าง platform streaming ในการดึงเวลาของผู้ใช้กลับมาหาตัวเอง

และ

2.  สร้าง content ได้ตรงกับรสนิยมของ google ที่พยายามเอาชนะคู่แข่งอย่าง platform e-commerce ในการสร้างคำตอบที่ดีกว่าให้กับผู้ใช้

เริ่มที่ Facebook ก่อน...ไม่ต้องเดาเลยว่าสิ่งที่ Facebook กำลังเน้นอยู่ก็คือ VDO content เพราะคงไม่มีสื่อไหนที่ดึงคนให้มาใช้เวลานานๆ ได้เท่าวีดีโออีกแล้ว (FB จึงประมูลถ่านทอดสดแข่งกีฬา กับที่เขาพยายามเข้าไปลงทุนบริษัททำ VR อย่าง Oculus lift) โดยตอนนี้ Facebook ได้สร้างวิธีการวัดผลที่เรียกว่า ad call lifting (การประเมินของ Facebook ที่จะบอกว่าคนที่เห็น ad vdo ของเราแล้วจะจำได้ภายใน 2-3 วัน กี่%) โดยจากเดิมที่ FB มีการวิเคราะห์เพียงแค่ 3-5-7 sec VDO watch (จากหลักคิดเรื่องสมาธิของคนจะวัดความสนใจภายใน 7 วินาที) FB ได้เพิ่มการวิเคราะห์เป็น % การรับชมวีดีโอ 25 - 100% ซึ่งละเอียดพอๆ กับการวัดของ youtube แต่การเพิ่ม ad call lifting ขึ้นมาก็คือการประสานกับเรื่อง info ผู้ใช้ที่ FB มี จึงสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวีดีโอได้ดีกว่า (relevance score) ว่าตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ซื้อโฆษณาตั้งไว้หรือไม่ ดังนั้นหากจะทำวีดีโอลง FB เราไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องความยาว (เพราะจากแนวคิดนี้ FB อยากให้ทำ vdo ยาวๆ ด้วยซ้ำ แต่ก็แน่นอนว่าอย่าให้ยาวจนเกินไป) เพราะ FB มีเครื่องมือที่ช่วยเราวิเคราะห์ความน่าสนใจของวีดีโอกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีมาก ยิ่งยาวแต่มีคนดูจนจบ หรืออย่างน้อย 75% ของวีดีโอเท่ากับว่าเราได้กรองคนที่สนใจ ad เราได้จริงๆ มากขึ้น

ต่อด้วย google ...จากผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง marketing platform ที่รวมเอาทุกเครื่องมือเข้ามาไว้เป็น platform เดียว แนวคิดของเขา ผมว่าออกแนวเลียนแบบไอเดียเริ่มต้นของ Jack Ma ด้วยซ้ำ นั่นคือการพยายามสร้างตลาดให้กับ SME และสร้างการวิเคราะห์ให้ลึกขึ้นโดยใช้ ai สามารถวิเคราะห์ลูกค้าแบบเป็น individual ให้กับองค์กรขนาดใหญ่ โดยลดความซับซ้อนของเครื่องมือต่างๆ ลง เพราะฉะนั้นการกลับไปสู่การสร้าง shop แบบ brick and mortar (มีสถานที่ มีหน้าร้าน) เพื่อใช้ประโยชน์จาก location ad ของ google ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ google ก็ได้ประโยชน์จากการรวบรวมข้อมูลร้านค้าเช่นนี้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของคำตอบได้ลึกขึ้นเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไม amazon ถึงกำลังจะขยายตลาดด้วยการสร้างร้านหนังสือจริงจัง

(marketing platform เพิ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการไม่นาน ไว้ขอลองก่อนจะเขียนลงรายละเอียดมากขึ้น)

แต่ยังมี platform อีกประเภทที่เริ่มมาคนละอย่างแต่กำลังตีทุกอย่างที่ทั้ง 2 เจ้าเคยเป็นนั่นก็คือ platform chat อย่างเช่น line ผมขอเรียกว่า social engine ไว้มาวิเคราะห์กันว่าปลายทางที่ line ต้องการคืออะไรกันแน่ หากเราเอา wechat เป็นตัวตั้ง

#สมครบคิด #social #search

image credit : unsplash.com