ยอดขาย Vinyl สูงเป็นประวัติการณ์ สิ่งนี้บอกอะไรเรา

ยอดขาย Vinyl สูงเป็นประวัติการณ์ สิ่งนี้บอกอะไรเรา

ครบรอบ 1 ปีแล้วคุณ Chester Bennington นักร้องนำ Linkin Park ได้ทำอัตวิบากกรรม ผมในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งขอแสดงความเสียใจมา ที่นี้ Linkin Park ถือเป็นวงดนตรีวงหนึ่งที่ผมตามซื้อ CD มาทุกอัลบั้มตั้งแต่ได้ยินเพลงเปิดตัวอย่าง Crawling ใน MTV เมื่อสมัยเรียนมัธยม เมื่อเกิดเหตุการณ์ของ Chester ขึ้น ผมเลยไล่ค้น CD เก่าๆ มาฟัง ปรากฏว่า...เฮ้ย!! ทำไมเพลงจาก CD ถึงความรู้สึกเต็มหูกว่าการฟังเพลงผ่านช่องทางดิจิทัลแหะ

วิธีการฟังเพลงของผม (และเชื่อว่าของคนส่วนใหญ่บนโลกนี้) ในปัจจุบัน หากนับเป็นลำดับก็คงเป็นว่า ฟังจาก Youtube ไล่ฟัง recommend ไปเรื่อย กระทั่งมี service เพลง streaming ในช่องทางต่างๆ เริ่มเข้ามาอย่าง joox, spotify และ apple music ผมก็เริ่มฟังผ่าน streaming มากขึ้น...ตัวผมเองอินกับ apple music มากที่สุดเพราะรู้สึกว่า playlist ที่ผ่านการแนะนำของบริการนี้เข้ากับรสนิยมผมมากที่สุด

เนื่องจากบริบทรอบๆ การฟังเพลงของผมในปัจจุบันเป็นเพียงการเปิดเพลงให้เล่นไปเรื่อยๆ คลอไปกับสิ่งอื่นที่กำลังทำอยู่เช่นการทำงาน ไม่ใช่การรับฟังเพื่อสุนทรีย 100% เหมือนสมัยเด็กๆ ที่ซื้อ CD เป็นอัลบั้ม - เอาเนื้อเพลงมานั่งอ่าน - ฟังตามลำดับเพลงที่ใส่มาในอัลบั้ม - ซึมซับความรู้สึกจากบทเพลง...พอผมได้นำเพลงจาก CD มานั่งฟังจริงจังอีกครั้งทำให้รู้อีกครั้งว่าประสบการณ์ฟังเพลงเต็มหูเป็นอย่างไร

ประเด็นสำคัญของเพลงที่เปิดผ่านดิจิทัลคือเรื่องของ bit rate ซึ่งเป็นหน่วยวัดความถี่ของเสียง เวลาตัด vdo เสียงที่ record มาเพื่อนำมาใส่ใน timeline ที่เหมาะสมจะมี bitrate อยู่ที่ 44100 hz (44.1 khz) ซึ่งเป็นความถี่มาตรฐานในการ record สื่อ analog  ถึงสื่อดิจิทัลในยุคแรก ถ้า record มาด้วยความถี่ที่ต่ำกว่านี้ เส้น curve ของเสียงใน timeline จะเห็นไม่ชัด ทำให้ความแตกต่างระหว่างเสียงสูง-ต่ำ ไม่สามารถฟังได้ชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งความถี่สูงเนื้อที่จัดเก็บก็ยิ่งสูงตามไปด้วยทำให้บริการ music streaming ส่วนใหญ่การ stream เพลงจะให้ค่าเฉลี่ยนอยู่ที่ 160 - 256 kpbs (เทียบกับพื้นฐาน CD / Tape ที่ 44.1 khz หรือ 320 kpbs)

นับจากช่วงประมาณกลางปี 90s เป็นต้นมาเมื่อ CD วางขายอย่างแพร่หลาย และ MTV เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ยอดขาย vinyl ก็ตกลงอย่างต่อเนื่อง...ผมเข้าใจว่าน่าจะเลิกผลิตอย่างสมบูรณ์ช่วงประมาณปี 2000 เหลือให้ใช้เพียงแค่พวก professional จริงจัง (เหมือนฟิล์มถ่ายรูปที่การถ่ายโฆษณาอาชีพยังต้องใช้อยู่ในบาง concept)  แต่ในปี 2017 ต่อ 2018 นี้ยอดขาย vinyl กับพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขอตีความนัยอันนี้

หากเจาะไปที่ยอดขายจะพบว่า vinyl ที่ขายดีมักจะเป็นการ remaster ของวงดนตรีเก่าอย่าง The Beatle ยอดที่มีนัยจริงๆ เช่น David Bowie / Wham (George Micheal) ปีนี้ถ้าจะมี vinyl ของใครขายดีแบบพุ่งขึ้นก็คงจะเป็น Queen เพราะกำลังจะมีหนัง Bohemian Rhapsody  เข้าฉาย เพราะคิดว่ายอดขายจะสัมพันธ์กับการเกิดเหตุการณ์ใดๆ กับศิลปินท่านนั้นๆ

หากมองแบบเป็นกลุ่มผมคิดว่า (ซึ่งอาจเจาะรายละเอียดเป็นยอดขายยากกว่าเป็นอัลบั้ม) อัลบั้มผลิตใหม่ที่ขายดีคือแนวเพลงที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคนิดๆ อย่างแนว synth pop / Swedish Pop / City Pop

ในความเป็นจริงหูคนเราไม่ได้ละเอียดขนาดที่เราคิดกัน ถ้าผมไม่ได้ผ่านงาน concert / ตัด vdo มาก่อน ผมก็ไม่คิดหรอกว่าผมจะสามารถแยกแยะเสียงที่มีช่วงกว้างต่างกันได้ ต้องเป็นหูระดับโมสาร์ท หรือหูที่ผ่านประสบการณ์การรับเสียงมามากๆ เท่านั้นถึงจะฟังออกอย่างจริงจัง ดังนั้นนัยของ vinyl นี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการมีประสบการณ์ร่วมระหว่างการฟังเพลงมากกว่าที่จะเป็นเรื่องเชิงเทคนิค

ปัจจุบันมีคำทางการตลาดสำคัญที่ต่อเนื่องกัน 2 คำคือ story telling - experiential marketing คือการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับคนเน้นไปที่สัมผัสที่ได้รับระหว่างที่มีสัมพันธ์กับสินค้า ในขณะที่คนเราโดดเดี่ยวตัวเองมากขึ้นอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีซึ่งเราสามารถทำทุกอย่างได้ครบจบที่เดียวผ่านมือถือ 1 เครื่อง แต่ธรรมชาติของคนเรายังต้องการประสบการณ์ที่จะมีสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือจับต้องวัตถุบ้าง ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาอิ่มตัวของคนๆ หนึ่งที่เทคโนโลยีมาเปิดโลกให้เขาได้ว้าวกับการค้นพบสิ่งใหม่ เขาจะกลับมาหาวิธีการเดิมที่เขาคิดว่าจะเติมเต็มประสบการณ์ให้กับเขาได้