ตีโจทย์ (ไม่แตก) อะไรคือ demand-supply ของค่าเงิน digital

ตีโจทย์ (ไม่แตก) อะไรคือ demand-supply ของค่าเงิน digital

(หมายเหตุ : คิดเองเออเองล้วนๆ ห้ามอ้างอิง!!)

เมื่อต้นปีผมลองซื้อ bitcoin และ ethereum เป็นการทดลองดูว่าจะสามารถทำกำไรได้ขนาดไหน โดยใช้วิธีการทยอยซื้อเฉลี่ยไปเรื่อยๆ เดือนละครั้ง 2 ครั้ง ณ ช่วงนั้น bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1 แสนกว่าบาท ส่วน ethereum เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4 พันกว่าบาท ณ ตอนนี้ (ปลายเดือน พ.ค) bitcoin ราคาอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสน ส่วน ethereum อยู่ที่ประมาณ 8.4 พัน เท่ากับว่า port ค่าเงินดิจิตัล 2 ตัวของผมเพิ่มขึ้นมา 2 เท่าแบบงงๆ

ในแง่การลงทุนผมถือคติว่า ซื้อไปเรียนรู้ไป ในระหว่างที่เฉลี่ยซื้อนี้ ผมก็อ่านหนังสือ หาคอร์สเรียนเกี่ยวกับ blockchain กับระบบที่รันบนบล็อกไปเรื่อยว่าเขามีหลักการอย่างไร โดยแนวคิดที่ผมพยายามหาก็คือหนึ่งในแนวคิดเวลาที่ผมลงทุนในหุ้น คือพยายามเข้าใจ demand-supply ของสินค้าของบริษัทที่ผมลงทุนแบบง่ายๆ ที่ใช้หลักนี้เพราะผมเชื่อว่าเงินดิจิตัล (ในตอนนี้) ไม่ใช่เงิน (สื่อกลางการแลกเปลี่ยน) แต่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (แบบเดียวกับน้ำมัน / ทองคำ / ทองแดง เป็นต้น) แต่ไม่สามารถกำหนดราคาผ่านการรวมกลุ่มแบบ OPEC ได้ ถ้าพิจารณาแบบเอาแต่ตัวแปรง่ายๆ เข้ามาหา demand-supply ของน้ำมัน ก็เช่นจำนวนการผลิตรถยนตร์ / ความยาวของฤดูหนาวในประเทศตะวันตก / การขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการผลิตและการขนส่ง เป็นต้น ก็จะพอดูทิศทางของราคาน้ำมันออก ทีนี้แล้วอะไรคือ demand-supply ของเงินดิจิตัลกันล่ะ

หากเปรียบเทียบ blockchain คือ internet ...platform ที่รันบนระบบ blockchain อย่าง Bitcoin / Ethereum คือระบบปฏิบัติการหรือ app store ประเภทนึง หากวัดกันง่ายๆ app store นั้นจะโตขึ้นได้ขนาดไหนย่อมขึ้นกับ app ที่นำมาลงใน store ถ้าบังเอิญเจอ jackpot แบบที่ angry birds เคยทำได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ store นั้น จะขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

(ย้ำอีกครั้งว่าคิดเองเออเอง ห้ามอ้างอิง)

ตามความเข้าใจ app ใน store ของ Ethereum คือ Smart contact ที่เขียนด้วยภาษาของ Ethereum ตามที่เข้าใจ Ethereum มี partner เป็นบริษัทใหญ่ๆ ชื่อคุ้นหูอยู่มากที่ เช่น JP Morgan / accenture / intel นำ Ethereum ไปรัน smart contatc (ทั้งแบบ private และ public) แล้วถ้าเป็น bitcoin ล่ะ...

ผมพยายามจะเริ่มต้นจากแนวคิดการกำเนิด Bitcoin ของซาโตชิ ในช่วงเริ่มก็คือช่วงวิกฤติ Hamburger การไม่ไว้ใจการกำกับของส่วนกลาง หากคิดจากแนวคิดนี้การที่มีเหตุการณ์แบบในเวเนซุเอลลา ย่อมทำให้ demand ของ bitcoin สูงขึ้นตาม แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ

ล่าสุดในบทความ “Sin is crouching at your door.” จากนิตยสาร wired ฉบับเดือนพ.ค บทความนี้เล่าถึงความพยายามของสามี ที่จะฆ่าภรรยา อาศัยการจ้างนักฆ่า freelance ผ่าน dark web โดยจ่ายค่าจ้างด้วย bitcoin (บทความนี้สนุกมากขอไม่ลงรายละเอียดเพราะอยากให้ลองไปอ่านกัน search จากชื่อดูได้) ก็เลยลองไปค้นต่อว่ามีการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของราคา bitcoin กับอาชญากรรมเช่นการฟอกเงิน การค้ายามากขนาดไหน บอกเลยว่ามาก มีการวิเคราะห์กันว่า bitcoin ถือเป็นของชอบของการฟอกเงินมากๆ หัวใจสำคัญก็คือเพราะตามรอยไม่ได้

อาจจะยังไม่เข้าใจ 100% แต่จากไอเดียนี้ ผมก็เลยขาย bitcoin ทิ้งแล้วซื้อแต่ ETH ซะเลย เพราะคิดว่าลักษณะความเคลื่อนไหวของราคาที่เห็น demand-supply ชัดๆ แบบนี้ถึงจะนับเป็นการลงทุน ไม่ใช่การเก็งกำไร

#สมครบคิด #blockchain

ref:

https://letknow.news/th/publications/11730.html

https://www.finnomena.com/ran/reason-bitcoin-new-high-1000/

http://fortune.com/2019/04/24/bitcoin-cryptocurrency-crime/

https://ciphertrace.com/criminal-bitcoin-how-deep-is-the-dark-side-of-the-most-widely-traded-cryptocurrency/