คนยุค 90s ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน!!

คนยุค 90s ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน!!

Influencer series (2)

ณ ปัจจุบัน (17 พฤษภาคม 19) Avengers : Endgame ได้ทำสถิติแซงหน้า Avatar และ Titanic กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดไปแล้ว (ไม่ต้องไปนับอัตราเงินเฟ้ออะไรให้วุ่นวาย) แต่สิ่งที่สะกิดติ่งของผมคือหนังตัวอย่าง 2 เรื่องที่ฉายก่อนเริ่ม Endgame หนึ่งคือ The Lion King version โคตรเสมือนจริง และ Aladin version คนแสดง แลดูว่าดิสนี่ย์ที่ได้รายได้มหาศาลจากสตอรี่ของมาร์เวลจนสามารถเทคค่ายหนังไปได้ทั่วและกำลังจะทำสตรีมมิ่งของตัวเองกลับไม่สามารถคิดอะไรใหม่ได้แล้ว ต้องไปปัดฝุ่นหากินกับ content classic ของตัวเองมาทำใหม่ นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องการต่อยอดจักรวาลลิเกอวกาศอย่าง Starwars เพิ่มเติมอีกด้วย

แต่หากนึกย้อนไปดีๆ ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ (และต่อไปในอนาคต) content เดิมที่เกิดในยุค 90s กำลังกลับมา ไม่ว่าจะเป็น Jurassic park / mood หนัง road movie แบบ The Green Book / Godzilla / kingkong / Pikachu / Dumbo / Sonic / MIB / ชัคกี้ตุ๊กตานรก / Aliens บลาๆ นับกันไม่ไหว ยังไม่รวม content ฮิตๆ ที่มีการอ้างอิง pop culture ในยุค 90s อย่าง Stranger Things อีก เรียกได้ว่าสิ่งที่เป็น pop culture ของคนที่โตมาในยุค 90s ได้ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่เป็น content ให้คนปัจจุบันได้เสพกันอย่างสำราญ ปรากฏการณ์นี้บอกอะไรกับเรา

ช่วงที่เขียนนี้เป็นช่วงเดียวกับที่นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับมหาเศรษฐีโลกพอดี ก็เลยได้ไอเดียว่า ในลำดับเศรษฐีเหล่านี้มีคนที่เกิดยุค 90s (อายุประมาณ 20 ปลาย - 40 ปี) ในธุรกิจเด่นๆ มีใครบ้าง สรุปความให้ง่ายๆ เลย ธุรกิจดาวรุ่งที่ถือเป็นกระแสหลักในปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากการตั้งต้นของคนกลุ่มนี้เยอะมาก ไล่ตั้งแต่ (ตัวเลขในวงเล็บหมายถึงอายุของคนก่อตั้ง) IG (34) FB (34) Lyft บริการเรียกรถแนบเดียวกับ UBER (34) Airbnb (36) WeWork บริการ co-working space (39) Dropbox (35) Spotify (35) Bumble บริการหาคู่แนวเดียวกับ Tinder (29) Vimeo (34) Snap (28) Grab (36) Coinbase บริการ exchange ของ crypto ทั้งหลาย (35) นี่แค่เลือกจิ้มมาจากธุรกิจที่คุ้นชื่ออย่างเดียวนะ จริงๆ แล้วยังมีตัวอย่างอีกมากเลย

ขอสรุปแบบคิดเองเออเองว่าทำไมถึงมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะว่าคนยุค 90s เกิดขึ้นมาในช่วงรอยต่อระหว่าง analog กับ digital เราเป็นผู้ได้เริ่มใช้งานโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ 2G เป็นต้นมา 10 ขวบเราฟังเทป 15 ขวบเราฟัง CD (และ mp3) 20 ขวบเราฟัง ipod เราจึงมีความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมาตามลำดับขั้น และพอเข้าใจสิ่งที่เป็น sense ดั้งเดิม เราไม่ได้เชื่อในเทคโนโลยีทั้งหมด ให้เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือในการทำให้สิ่งที่ต้องการลุล่วง ไม่ใช่คาดหวังทุกสิ่งอย่างต้องสำเร็จได้ด้วยเทคโนโลยีเท่านั้น

อาจไม่ต้องถึงขั้นเป็นใหญ่ตามชื่อบทความ อย่างน้อยๆ ในยุคปัจจุบันนี้ คน 90s ก็เหมาะที่สุดในการเป็นผู้เชื่อมต่อระหว่างยุคสมัย

ref

http://fortune.com/40-under-40/

https://www.forbes.com/thailand-billionaires/list/2/#tab:overall

ปล. ขอ comment นิดหน่อย ไม่เกี่ยวกับเนื้อบทความโดยตรง ผมว่าในระยะยาวประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างเพิ่มมากขึ้นแน่นอน เพราะรายชื่อเศรษฐีไทยส่วนใหญ่ทั้งอายุมาก - เป็นเชิงครอบครัว - อยู่ในธุรกิจดั้งเดิม - สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย

#สมครบคิด #InfluencerSeries